V i p a s s a n i k

Wake Me Up When September End

ตอนแรกจะเขียนถึง Ai ที่ใช้ทำเพลง แต่เอาไว้ก่อนดีกว่า(อ่าว)

.

เพราะเห็นฟีดขึ้นมา ว่า อัลบั้ม American Idiot ของ Green Day ครบรอบ 20 ปี งั้นเปลี่ยนเรื่องเขียนละ (สมาธิสั้น)

.

ฟัง Green Day มาตั้งแต่ชุด Dookie ( 1994) จำความรู้สึกของตัวเองตอนฟังเพลง When I Come Around ว่า นี่แหละเพลงที่มันบอกความ พังค์ (ที่น่าจะพลาด) ของเราได้ในตอนนั้น แล้วก็ฟัง Green Day เป็นเพลงประจำชีวิตในทุกๆ ช่วง มีอัลบั้มไหนออกมา มีเพลงไหนชอบๆ ก็จะฟังมาตลอดช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา

.

วันนี้ เลยนึกคำถามง่ายๆ ว่า

ทำไมคนเราถึงผูกพัน หรือชอบเพลงๆ นึงได้นะ

.

แน่นอน นาทีนี้บทความที่ดีควรมีอะไรมาอ้างอิง มีเคสสดัสดี้ ทางสมองของมนุษย์ ที่หนังสือ “Musicophilia: Tales of Music and the Brain” ของ Oliver Sacks รีเสิร์ชการรับรู้ของมนุษย์กับเสียงดนตรีไว้หลายๆ เคส

.

มีการศึกษาสมองของ ผู้ป่วยที่มีปัญหาความจำระยะยาวรุนแรง (severe amnesia) ที่อาการคือคนป่วยจะจำเหตุกาณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วินาที แต่ทีมแพทย์ที่รักษา สังเกตเห็นว่าคนป่วย ยังจำเพลงและการเล่นเปียโนได้ เป็นหลักฐานที่แสดงว่าดนตรีสามารถอยู่ในส่วนของสมองที่ไม่ถูกทำลายจากโรค ทำให้คนที่มีปัญหาความจำยังคงสามารถตอบสนองต่อดนตรีได้

.

อีกเคสนึง ผู้ป่วยที่มีอาการพาร์กินสันอย่างรุนแรงจนแทบจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ แต่เมื่อได้ยินดนตรี โดยเฉพาะเพลงที่ฟังตอนวัยรุ่น ผู้ป่วยจะตอบสนองโดยการขยับร่างกายได้มากขึ้น กรณีนี้หมอก็สรุปได้ว่าผลของดนตรีสามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวทางร่างกายและระบบประสาทในผู้ป่วยพาร์กินสันได้อย่างน่าอัศจรรย์

.

และอีกหลายๆ เคสที่ศึกษาสมองมนุษย์กับดนตรี ที่ในหนังสือ Musicophilia สรุปออกมาว่าเหตุผลที่มนุษย์ชอบและผูกพันกับเพลงหนึ่งเพลงจะมีเหตุผลข้อใดข้อนึงจากนี้

.

1. ความทรงจำทางดนตรี (Musical Memory)ดนตรีสามารถฝังอยู่ในความทรงจำในระยะยาวได้ เหมือนกับที่เรารู้สึกถึงช่วงเวลา สำคัญในชีวิตที่ผูกพันกับเพลงๆ หนึ่ง ได้พาย้อนเวลาไปอยู่ในความรู้สึกในอดีตได้

.

2. การตอบสนองทางอารมณ์ (Emotional Response)เพลงจะกระตุ้นความรู้สึกทั้งสุข เศร้า สนุก ผ่านทำนอง เนื้อเพลง ที่ทำให้เราผูกพันกับเพลงๆ หนึ่งที่ตรงกับความรู้สึกที่เราต้องการแสดงออก

.

3. การปรับตัวของสมองต่อดนตรี (Neuroplasticity and Music)

สมองของมนุษย์สามารถปรับตัวเข้ากับดนตรีที่ฟังซ้ำ ๆ ได้ ยิ่งเราได้ฟังเพลงที่ชอบซ้ำๆ เพลงนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดและอารมณ์ของคนฟังได้อย่างลึกซึ้ง

.

4. ความเกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตใจ (Psychological Associations)

ดนตรีมีผลกับภาวะทางจิตใจ ดนตรีช่วยบรรเทาอาการทางจิต เพลงบางเพลงทำให้อารมณ์ดี หรือ เพลงบางเพลงทำให้เหงาเศร้า หรือให้แรงบันดาลใจ ได้มากกว่าสื่ออื่นๆ

.

5. ความผูกพันทางวัฒนธรรมและสังคม (Cultural and Social Bonding) เพลงบางเลงมีผลกับคนทั้งกลุ่ม มีผลกับอารมณ์ร่วมทางสังคม เพราะเพลงบางเพลง มีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่เพลงชาติไปจนถึงเพลงที่ปลุกใจไปประท้วง!

.

6. การตอบสนองแบบอัตโนมัติของร่างกาย (Automatic Bodily Response) จังหวะของเพลงมีผลกับการตอบสนองของร่างกาย เพลงบางเพลงทำให้เราลุกขึ้นเต้น เพลงบางเพลงทำให้เราร้องคลอตาม

.

อ่ะเพลงมา

.

Summer has come and passed

The innocent can never last

Wake me up when September ends

Like my fathers come to pass

Seven years has gone so fast

Wake me up when September ends

.

20 ปีที่แล้ว

Wake me up when September ends เป็นเพลงที่ Billie Joe Armstrong เขียนให้กับพ่อ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

.

Americain Idiot เป็นอัลบั้มที่อยู่ในช่วงชีวิตของใครหลายๆ คน

.

เดือนกุมภาปีหน้า Green Day จะกลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงเทพ เป็นครั้งที่ 3 (รอกดบัตร)

.

อ้อมาถึงช่วงท้ายบทความเลยนึกขึ้นได้ว่า

Ai ที่ใช้แต่งเพลง คือ www.suno.com

ไว้เดี๋ยวครั้งหน้า เขียนถึง Ai ตัวนี้อีกทีนะ

…Wake me up when September ends

·

Leave a comment